ด้านมืดสังคมออนไลน์ ภัยร้ายยากแท้หยั่งถึง

ยิ่งพลังในการใช้งานมากเท่าใด ความน่ากลัวจากการใช้ผิดวิธีก็มากตาม ผู้ใช้งานจำเป็นต้องรู้ทัน และเข้าใจให้ลึกซึ้ง ก่อนจะตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว...
หลังจากที่ผ่านมากระแสการใช้ สังคมออนไลน์ หรือ Social Networking ในประเทศไทย ถูกจุดพลุทำให้เป็นที่รู้จักจนโด่งดัง ลูกเด็กเล็กแดง ผู้ใหญ่ สตรี และคนชรา บางคนต่างมีเว็บล็อก หรือเว็บไซต์ ไฮไฟว์ (www.hi5.com) ใช้งานเพื่อเป็นพื้นที่ส่วนตัว ในการแสดงความเป็นตัวตน ควบคู่ไปกับการหาเพื่อนใหม่ๆ และค้นหาเพื่อนเก่าๆ บนอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกันเมื่อเว็บไซต์ใหม่ๆ อาทิ เฟซบุ๊ค (www.facebook.com) หรือ ทวิตเตอร์ (www.twitter.com) ที่ทำให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินไปกับแอพลิเคชัน ปลั๊กอินเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อื่นๆ อาทิ ฟลิกเกอร์ (www.flickr.com) จึงทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานได้ง่าย จึงมักถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวแบบไม่รู้ตัว
นอกจากการนำไปใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแล้ว เครือข่ายสังคมออนไลน์ ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ในการสื่อสารเข้าถึงตัวบุคคลของนักการเมือง ดารา นัดร้อง นักการตลาด และสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อสร้างความรับรู้ และทำให้คนเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์นั้นๆ เห็นได้จากการที่บุคคลสำคัญ หรือคนที่มีชื่อเสียงระดับโลก หรือระดับประเทศ มีไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค หรือ ทวิตเตอร์ ในการให้แฟนคลับ และคนทั่วไปได้ติดตาม แต่ก็อาจนำมาซึ่งผู้ไม่หวังดี และประสงค์จะทำลาย หรือ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์เหล่านี้ ได้รับความอับอาย เสื่อมเสีย ขาดความน่าเชื่อถือได้ เช่น การโพสรูปประจาน เสนอข่าวลวงให้ร้าย การด่าผ่านหน้าเว็บ เป็นต้น
นี้เป็นเพียงตัวอย่างของพลังดเนมืดของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่หากมีผู้นำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาจสร้างความเสียหายได้ตั้งแต่ระดับบุคคล ไปจนถึงองค์กรธุรกิจ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องรู้ และรีบทำความเข้าใจ เพื่อศึกษาการใช้งานให้ลึกซึ้ง เพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นการพาตัวเราเข้าไปสู่โลกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ไม่อาจรู้ได้ว่าใครประสงค์ดี หรือประสงค์ร้าย การใช้งานจึงควรระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัว ขณะที่ตัวผู้ดูแลเว็บไซต์จะต้องตระหนักถึงการใช้พลังจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ ยิ่งมีพลานุภาพมากเท่าใด ความรับผิดชอบของผู้ดูแลเว็บไซต์ต้องมากขึ้นตามไปด้วย |